เนื้อหาหลัก

ข้อความแจ้งเตือน

messageImage 1594824421066

 

 

CU-Cov 19 วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ศูนย์วิจัยวัคซีนคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula VRC : Chula Vaccine Research Center) ร่วมกับ University of Pennsylvania   แถลงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนโควิด 19 ในวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๓  ถึงความสำเร็จของการทดลองวัคซีนโควิด 19 ในสัตว์ทดลองขั้นสุดท้าย  ผลเป็นที่น่าพอใจและจะขยับเข้าสู่ การทดลองในมนุษย์ที่เป็นอาสาสมัครต่อไป 

 วัคซีนนี้เป็นชนิด mRNA การผลิตวัคซีนจากบางส่วนของสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เมื่อเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนเป็นโปรตีนที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันชนิดแอนตี้บอดี้เพื่อช่วยต่อสู้
กับเชื้อโควิด
19  เป็นวัคซีนที่มีความปลอดภัยสูง

 งานวิจัยเริ่มจากทดลองในหนู  มี.ค ๒๕๖๓  ประสบความสำเร็จ  เพราะหนูมีภูมิคุ้มกันในระดับสูงมาก (๑:๑๐,๐๐๐  ปกติได้ ๑:๑๐๐ ก็ถือว่าใช้ได้)  และในลิง พ.ค ๒๕๖๓ ระดับภูมิคุ้มกันขึ้นในระดับดีมาก (๑:,๐๐๐)

 ขั้นตอนต่อไปทดลองในคน ต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์และการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เฟส ๑ ในคน (๑๐๐ คน) แบ่งเป็น ๕ กลุ่ม (มีทั้งอายุ ๑๘-๖๐ ปี และ ๖๐-๘๐ปี)  เพื่อหาขนาดของวัคซีนที่ทำให้ระดับภูมิคุ้มกันขึ้นได้มากที่สุดแต่ใช้วัคซีนน้อยที่สุด

(1) กลุ่มแรก ฉีดเข็ม ๑,๒ ด้วยขนาด ๑๐ ไมโครกรัม (มคก.)

(2) กลุ่มที่ 2 ฉีดเข็ม ๑,๒ ด้วยขนาด ๓๐ มคก.

(3) กลุ่มที่ ๓ ฉีดเข็ม ๑,๒ ด้วยขนาด ๑๐๐ มคก.

(4) กลุ่มที่ ๔ ฉีดเข็ม ๑ ด้วย ๓๐ มคก. และ เข็ม ๒ ด้วย ๑๐ มคก.

(5) กลุ่มที่ ๕ ฉีดเข็ม ๑ ด้วย ๑๐๐ มคก. และเข็ม ๒ ด้วย ๑๐ มคก.

เฟส ๒ ในคน ( ๕๐๐-๑,๐๐๐ คน) ทำนองเดียวกับเฟส ๑  แต่จำนวนมากขึ้น

เฟส ๓ ในคน (๑๐,๐๐๐ คน) เพื่อดูความสามารถของวัคซีนในการป้องกันโรคได้จริง  จึงจำเป็นต้องทดลองในพื้นที่กำลังมีผู้ติดเชื้อใหม่จำนวนมาก  

ประเทศไทยจะมีโอกาสได้ใช้วัคซีนเร็วที่สุดเมื่อไหร่ ในครึ่งปีหลังของปี ๒๕๖๔

 

คำแนะนำในปัจจุบันคือวิถีใหม่คนไทยการ์ดไม่ตก  ใส่หน้ากากเวลาออกนอกบ้าน   สถานที่แออัดที่
มีความเสี่ยง  ล้างมือบ่อย ๆ เว้นระยะห่างทางสังคมเท่าที่ทำได้  และดูแลสุขภาพตนเองให้ดี (ทั้งกายและใจ) เพื่อรอวันที่จะมีวัคซีนไทยเพื่อคนไทยทุกคน